Mazda CX-5

มาสด้า ซีเอกซ์-5 (อังกฤษ: Mazda CX-5) เป็นรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็ก (Compact SUV) ในสไตล์ Crossover รุ่นแรกที่ผลิตโดยมาสด้า เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2555 เป็นรถยนต์มาสด้ารุ่นแรกที่ใช้แนวทางการออกแบบ KODO – Soul of Motion ของมาสด้า มาสด้า ซีเอกซ์-5 นั้นผลิตขึ้นเพื่อทดแทนรุ่นเก่าอย่าง มาสด้า ทริบิวต์ (อังกฤษ: Mazda Tribute) และมาสด้า ซีเอกซ์-7 (อังกฤษ: Mazda CX-7) ซึ่งทั้ง 2 รุ่นได้เลิกผลิตไปแล้ว โดยตลาดรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงเป็นตลาดที่มาสด้าศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเก็บข้อมูลทางการตลาดเพื่อดูแนวโน้มต่างๆ และได้ออกรถต้นแบบมาเมื่อปี พ.ศ. 2550 และเมื่อกระแสยอดขายของ Nissan Qashqai ของนิสสันไปได้ดีมาก จึงทำให้มาสด้าเริ่มมั่นใจในการพัฒนาต่อ

jumbo jili

รุ่นที่ 1 (2555 – 2559) มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 รุ่นที่ 1 ก่อนปรับโฉม มาสด้า CX-5 มีเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 และ 2.5 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร รวมถึงโครงสร้างก็ใช้เทคโนโลยี SkyActiv ร่วมกับเครื่องยนต์ด้วย เพื่อคงความขับสนุกไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระบบเกียร์เป็นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และยังมีระบบ i-Stop อีกด้วย ในประเทศไทย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีแผนจะนำมาสด้า CX-5 มาเปิดตัวในเร็วๆ นี้ เนื่องจากทางมาสด้าได้นำ CX-5 มาจัดแสดงในงาน Bangkok International Motorshow ปี 2556 แล้ว โดยจะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้แนวทางการออกแบบ KODO โครงสร้างและเครื่องยนต์ SkyActiv รุ่นแรกของมาสด้าในไทย โดยจะนำเข้ามาจากมาเลเซีย มีเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 และเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร สาเหตุที่ไม่ประกอบในประเทศไทย เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงงานมาสด้าในไทย (โรงงาน Auto Alliance Thailand) เต็มที่แล้ว ไม่สามารถขยายตัวออกไปได้อีก

สล็อต

รุ่นปรับโฉม ของมาสด้า CX-5 ได้ถูกเผยโฉมในประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นคือ รูปร่างของภายในห้องโดยสารได้มีการออกแบบใหม่ ลดเสียงจากภายนอก มีการเปลี่ยนแปลงระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlights) ไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าออกแบบใหม่ และเพิ่มระบบ i-Activesense เข้ามา นอกจากนั้น ภายในห้องโดยสารได้มีการเพิ่มหน้าจอแสดงผลขนาด 7 นิ้วแบบสัมผัสพร้อมระบบ MZD Connect และลำโพง Bose จำนวน 9 ตำแหน่ง สำหรับรุ่นปรับโฉม มีการตัดเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรออกไป ทำให้เหลือเพียงแค่เครื่องยนต์ 2.0 และ 2.2 ลิตร ส่วนสีภายนอกนั้นมีสีขาว สีเงิน สีเทา สีฟ้า และสีดำ ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 มาสด้า ซีเอ็กซ์ 5 รุ่นที่สองได้เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งานลอสแอนเจลิส ออโต้โชว์ มาสด้า หลังจากนั้น เดือน ธันวาคม 2016 ประเทศญี่ปุ่นก็ได้เป็นประเทศแรกที่เริ่มผลิตและส่งมอบซีเอ็กซ์-5 ใหม่นี้ ซีเอ็กซ์-5 โฉมที่สองเป็นรถยนต์มาสด้ารุ่นแรกในสหรัฐอเมริกาที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล สำหรับประเทศไทย ซีเอ็กซ์-5 ได้เปิดตัวเมื่อบ่ายวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ตามหลังการเปิดตัวในประเทศมาเลเซีย 1 เดือน โดยตัวรถยังคงนำเข้าจากประเทศมาเลเซียเช่นเดิม โดยมีรุ่นย่อย C, S, SP (เครื่องยนต์เบนซิน) และรุ่นย่อย XD, XDL (เครื่องยนต์ดีเซล) สำหรับเครื่องยนต์ รุ่นที่สองยังคงใช้เครื่องยนต์เดิมจากรุ่นที่แล้วคือเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 165 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตรและเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 175 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตรไม่ได้ทำการตลาดในประเทศไทยอีกแล้ว ทุกเครื่องยนต์เชื่อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

สล็อตออนไลน์

ระบบความปลอดภัยในสำหรับทุกรุ่นย่อยได้แก่ระบบเบรกABS/EBD/BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ (DSC), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS), ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring Control, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HLA), ระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS), ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (ABSM : Advanced Blind Spot Monitoring), ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA : Rear Cross Traffic Alert), ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย), กล้องมองภาพขณะถอยจอด ส่วนระบบความปลอดภัยที่มีเฉพาะรุ่นย่อย SP และ XDL คือระบบ i-ACTIVSENSE คือ ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ ALH : Adaptive LED Headlamps, ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS : Lane Daparture Warning System, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS : Lane-keep Assist System, ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ SCBS : Smart City Brake Support, ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SCBS-R : Smart City Brake Support-Reverse, ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA : Driver Attention Alert, ระบบเตือนการชนด้านหน้า และ ช่วยเบรกอัตโนมัติ SBS : Smart Brake Support, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน MRCC : Mazda Radar Cruise Control
ในรุ่นปี 2019 มีการเพิ่มเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC Direct Injection Dual S-VT ขนาด 2.5 ลิตร 2,488 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 89.0 x 100.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1 กำลังสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที

jumboslot

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นของการผลิต E65 ผู้ใช้รถไม่คุ้นชินกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนของ iDrive และตัวระบบไอไดรฟ์เองก็มีปัญหารวนอยู่บ่อยๆ เพราะเป็นนวัตกรรมที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้น ทำให้ชื่อเสียงของซีรีส์ 7 ในช่วงนี้ตกต่ำลงไปมาก จนบีเอ็มดับเบิลยู ต้องไปปรับปรุงระบบ iDrive ครั้งใหญ่ จนกระทั่งเมื่อระบบเข้าที่เข้าทางแล้ว บีเอ็มดับเบิลยูก็เริ่มการประชาสัมพันธ์หาลูกค้าอีกครั้ง รวมทั้งปรับโฉมของรถเล็กน้อยให้เข้ากับยุคสมัย โดยใช้พื้นฐานของตัวถังแบบเดิม และด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ยอดเยี่ยม ชื่อเสียงของซีรีส์ 7 จึงเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง จนสามารถขายได้อย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลัง และทำยอดขายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ 7 ซีรีส์การรับรังสีอัลตราไวโอเลตมากเกินควร ก่อให้เกิดอันตรายกับระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ รังสีอัลตราไวโอเลตในช่วง UVC มีพลังงานสูงที่สุด และที่สำคัญคืออันตรายที่สุด แต่พบได้น้อยเพราะบรรยากาศกรองเอาไปหมดแล้ว ทว่าเครื่องมือฆ่าเชื้อในน้ำดื่มอาจปล่อยรังสีช่วงนี้ออกมาก็ได้
รังสีอัลตราไวโอเลตทั้งสามชนิดคือ UVA, UVB และ UVC สามารถทำให้คอลลาเจนในผิวหนังเสื่อมสภาพได้ ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แต่ UVA มีความรุนแรงน้อยที่สุด เพราะไม่สามารถก่อให้เกิดอาการแดดเผา (sunburn) ทว่ายังน่ากลัวอยู่ที่สามารถแปลงสภาพ DNA ได้ จนอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง แต่ร่างกายก็สามารถป้องกันได้ โดยการสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นมา เพื่อป้องกันการทะลวงของยูวี จึงทำให้ผิวคล้ำดำมากขึ้นนอกจากผิวหนังแล้ว ยูวียังเป็นอันตรายต่อดวงตา โดยเฉพาะ UVB ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า arc eye คือรู้สึกเหมือนมีทรายเข้าตา หรือถ้ารุนแรงกว่านั้นอาจทำให้เป็นโรคต้อกระจก (cataract) อักเสบได้ โดยเฉพาะในหมู่ช่างเชื่อมโลหะ การป้องกันก็คือ สวมใส่แว่นกันแดดป้องกัน หรือแค่ทาโลชั่นที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไป

slot