Browse Month: October 2017

แต้มแรกของ ”แชมป์เก่า” และ ”รองแชมป์”

น่าแปลกอยู่สักหน่อยที่ผลของการแข่งขันจากสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมเมื่อวันเสาร์จบลงด้วยการไม่มีประตูเกิดขึ้น

จากความไม่รอบคอบของเกมรับที่ได้มองเห็นในครั้งแรก ภาวะความ (ไม่) พร้อมต่างๆ ของตัวผู้เล่น สถิติเก่าๆในอดีต การพบกันของ ''แชมป์เก่า'' แล้วก็ ''รองแชมป์'' เมื่อฤดูที่แล้ว น่าจะเป็นอีกเกมที่ผู้เฝ้าประตูของสองฝั่งได้ก้มเก็บลูกที่ก้นตาข่ายแน่นอน

ฤดูก่อน คู่นี้ยิงรวมกัน 10 ประตูจาก 2 นัดหมายที่อาร์เซน่อลเก็บชัยชนะได้หมด แม้กระนั้นในที่สุดเป็นเลสเตอร์ครอบครองแชมป์

ย้อนไปมากยิ่งกว่าสี่สิบปีที่เคยฟัดกันมา มีเพียงแต่นัดหมายเดียวที่จบแบบไม่มีสกอร์

แม้กระนั้นก็รู้เรื่องได้ว่าอาจเพราะเหตุว่าผลครั้งแรกที่ออกตัวหัวทิ่มแทง แพ้มาทั้งสอง ทำให้ไม่มีใครอยากจะแพ้เป็นนัดหมายที่ 2 ซึ่งยิ่งจะทำให้ขวัญพลังใจเสื่อมโทรมไปกันใหญ่

อาการ ''เกร็ง'' และไม่มั่นใจในตัวเองก็เลยขึ้นในหลายจังหวะ ความระมัดระวังในแนวรับก็เลยมีมากยิ่งกว่าเดิม

ในรูปภาพรวม ผลเสมอ 0-0 เป็นเรื่องเป็นกลาง แล้วก็ถ้าเกิดมีข้างหนึ่งข้างใดที่ควรจะพอใจมากยิ่งกว่าก็ควรจะเป็นอาร์เซน่อลเพราะเหตุว่ารอดจากการเสียจุดโทษถึง 2 ครั้ง 2 ครา

เคลาดิโอ รานิเอรี่ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นกับสองจังหวะนี้ที่จะต้องได้จุดโทษ

โลร็องต์ กอสสิแอลนี่ เสียบโดนบอลจริงแม้กระนั้นก็รวบขา แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ล้มไปด้วย ลูกนี้ให้ได้ แม้กระนั้นคงจะเพราะเหตุว่า มาร์ค แคล็ตโก้นเบิร์ก มองว่าบอลล้นไปถึง เจมี่ วาร์ดี้ ได้เล่นต่อก็เลยปล่อยเลย

อีกจังหวะกระจ่างกว่า อาห์เหม็ด มูซ่า หัวหอกตัวใหม่เลสเตอร์เลี้ยงหนี เอคตอร์ เบเยริน เข้าจุดโทษก่อนโดนแบ็กสแปนิชเข้าจาก ''ด้านหลัง'' จนล้มคว้ำ แม้กระนั้นก็ยังไม่มีเสียงนกหวีดจากเปามาร์ค

แคล็ตโก้นเบิร์ก กลายเป็นเป้าโจมตีของกองเชียร์แชมป์เก่าอย่างแน่นอน แม้กระนั้นรานิเอรี่ก็สวมมาดพระเอกรุ่นใหญ่พูดว่าเรื่องของความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกคน

ผู้จัดการทีม นักเตะ ต่อให้ผู้ตัดสิน

สมมุติว่าเป็นอีกฝั่งที่เสียผลประโยชน์ ผมเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จำต้องโวยวายแหลกมากกว่าผู้ครอบครองรีสอร์ตแถวภูทับเบิก

ข้ามเรื่องจุดโทษไป สิ่งที่ทั้งเลสเตอร์ แล้วก็อาร์เซน่อลโดนจับจ้องเป็นพิเศษในการพบกันตั้งแต่นัดหมายสองของฤดูเป็น ทีมใดจะ ''ฟื้นตัว'' จากความปราชัยครั้งแรกเจริญกว่ากัน

แชมป์เก่า ทำเป็นดียิ่งกว่าทั้งเรื่องของทรงบอล แล้วก็การเคลื่อนที่ของผู้เล่น ขาดแต่เพียงชัยชนะต่อหน้ากองเชียร์ในบ้าน

การได้ โรเบิร์ต องค์การอนามัยโลกธ พ้นโทษแบนกลับมาทำให้จัดแนวรับชุดเก่งจากฤดูก่อนได้ทั้งแผง แล้วก็การประสานงานกันระหว่าง องค์การอนามัยโลกธ กับ เวส มอร์แกน ก็ยังคงเหมาะสมที่สุด

นี่เป็นอีกคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่สูงใหญ่ แน่นแฟ้น แกร่ง แม้วัยล่วงเลยเกินสามสิบไปแล้วหลังจากนั้นก็ตาม

กองทัพสุนัขจิ้งจอกสยามครองบอลน้อยกว่าแม้กระนั้นก็เป็นสไตล์ที่พวกเขาเล่นมาตลอดฤดูที่แล้ว

คุณลักษณะเด่นคือการโต้กลับ แล้วก็ใช้ประโยชน์จากความรู้ความเข้าใจเฉพาะบุคคลของ ริยาด ยักษ์เรซ แล้วก็ความเร็วของ เจมี่ วาร์ดี้ โจมตีคู่แข่งขัน ไม่ต้องเสียเวลาต่อบอลล้นหลามแม้กระนั้นพาบอลไปถึงพื้นที่อันตรายของคู่แข่งขันในเวลาเร็ว

วาร์ดี้ แสดงความฟิตแล้วก็ความขยันออกมาให้มองเห็นเหมือนเคย วิ่งไล่บอลในทุกจังหวะ แล้วก็น่าจะมีอย่างน้อยหนึ่งประตูโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลุดเดี่ยวช่วงหลังที่ยิงหลุดกรอบไปเอง

ผมอาจรู้สึกไปเองว่า วาร์ดี้ เพียรพยายามตอกหน้าอาร์เซน่อลให้ได้อีกทีด้วยการยิงประตูหรือพาทีมชนะให้ได้หลังจากปฏิเสธคำแนะนำย้ายไปร่วมทีมปืนใหญ่อย่างไม่ใยดีในช่วงก่อนยูโรที่ผ่านมา

หลายจังหวะไม่มีความจำเป็นจำต้องวิ่งขนาดนั้น แม้กระนั้นหัวหอกความเร็วสูงก็ยังสับฝีเท้าเข้าใส่แบบไม่ยั้ง

การยืนตำแหน่งในแนวรับอาร์เซน่อลไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังมีช่องให้เลสเตอร์โจมตีหลายคราว แม้กระนั้นการได้ โลร็องต์ กอสสิแอลนี่ กลับมาลงไปในสนามก็ช่วยจัดการเกมรับให้พอดีกว่าเกมแรกมากทีเดียว

กองหลังทีมชาติประเทศฝรั่งเศสชุดอกหักยูโร ไม่ได้ลงเล่นเกมปรีซีซั่นแม้กระทั้งนัดหมายเดียว ความฟิตยังไม่เต็มที่ด้วยเพราะเหตุว่ากลับมาซ้อมทีหลัง แม้กระนั้นก็จำเป็นที่จะต้องลงเล่นเพราะเหตุว่าเวนเกอร์จะมาดื้อดันใช้เซนเตอร์ดาวรุ่งพร้อม 2 คนไม่ได้อีกแล้ว

คาลั่ม แชมเบอร์ส หลุดตำแหน่ง ในเวลาที่ ร็อบ โฮลดิ้ง ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกนัดหมาย แล้วก็ทำเป็นดีขึ้นมากกับการมีรุ่นพี่อย่าง กอสสิแอลนี่ คอยประคอง

กองหลังน้ำหอมคัมแบ็กเจริญกว่าที่คาด เกมรับอาร์เซน่อลอุ่นใจขึ้นมากเพราะเหตุว่าเล่นแบบทราบว่าจังหวะไหนควรจะสะสางทิ้งโดยทันที จังหวะไหนควรจะจับก่อนแล้วค่อยถ่ายบอลออกซ้ายขวา ท่วงทีแล้วก็ประสบการณ์เป็นสิ่งที่อาร์เซน่อลขาดไปในเกมแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้าน

อาร์เซน่อลโดนทดสอบเกมรับคล้ายวันเจอหงส์แดง เพราะเหตุว่าเจอแนวรุกที่มีความเร็ว ต่อบอลแม่นเท้าสู่เท้า ถ้าไม่ทันระวังตัวก็ถูกลงโทษในทันทีทันใด

รานิเอรี่ ใช้ความขยันของ คุ้นชินจิ โอกาซากิ มาช่วยวาร์ดี้ ตั้งแต่นาทีแรกข้างหลังเป็นเพียงแค่สำรองในเกมแพ้ฮัลล์ หลังจากนั้นก็หย่อนมูซ่า มาป่วนปั่นในตอนท้ายซึ่งต่างทำเป็นดีทั้งสอง

เลสเตอร์ แสดงออกให้มองเห็นถึงความกระหายแล้วก็ตั้งใจจริง พวกเขารู้ดีว่าอาจไม่มีปาฏิหาริย์ยกตัวอย่างเช่นฤดูก่อน แล้วก็ถ่อมตนสุดๆดูจุดมุ่งหมายเดิมที่เคยดูเป็นขอเพียงแค่รอดตกชั้น แม้กระนั้นถ้าเกิดยังเล่นในรูปทรงนี้ก็น่าจะติดกลุ่ม 6-7 ทีมเต็งได้ไม่ยาก

ถ้าเกิดจะมีจุดที่น่าห่วง ผมดูไปที่เนื้อหานิดๆหน่อยๆที่ถ้าเป็นฤดูก่อนที่จะ ''เข้าทาง'' อยู่ตลอด

ทำนองว่าทำอะไรดีแล้วไปหมด ขนาดในวันที่เล่นห่วยก็ยังแทรกชนะได้ ทำเรื่องไม่น่าเชื่อให้กลายเป็นเรื่องปกติ

อย่างการเจอฮัลล์ในภาวะไม่มีโค้ชอาทิตย์ก่อน ก็ควรเป็น 3 คะแนน ไม่ใช่กลับออกมามือเปล่า

เช่นเดียวกับเมื่อในบ้านปัจจุบันที่จำต้องได้จุดโทษ ไม่ใช่ถูกปฏิเสธถึง 2 ครั้ง หรืออย่างจังหวะยิงของวาร์ดี้ แล้วก็ยักษ์เรซ ก็ควรจะซุกก้นตาข่ายไปแล้ว

ฤดูก่อน เลสเตอร์ เป็นทีมที่ได้จุดโทษเยอะที่สุดถึง 12 ครั้ง (พลาด 2) คิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประตูทั้งปวง

หรืออย่างอาการบาดเจ็บตั้งแต่ต้นช่วงหลังของ น็องปาลีส เมนดี้ ตัวตายตัวแทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ก็ไม่ใช่สิ่งชินตานักเมื่อดูย้อนไปในช่วงฤดูกาลประวัติศาสตร์

เลสเตอร์ เป็นทีมที่จัดชุดเก่งลงไปในสนามได้ต่อเนื่องเยอะที่สุด นับเป็นนาทีมากยิ่งกว่าทุกทีมในลีกเพราะเหตุว่าเกือบจะไม่ปวดศรีษะกับปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหรือติดโทษแบน เป็นมีน้อยมาก

แม้กระนั้นอาการบาดเจ็บของเมนดี้ เมื่อวันเสาร์เป็นสัญญาณที่ไม่ดี แล้วก็เป็นการเดี้ยงจากการวิ่งหวดบอลทิ้งแล้วเท้ากลับไปเอง ไม่ได้โดนคู่แข้งเสียบทำฟาวล์

ทั้งแพ้พลิกล็อกให้น้องใหม่ในเกมแรก ทั้งการไม่ได้จุดโทษที่ควรจะได้ หรืออาการบาดเจ็บของผู้เล่นในนัดหมายสอง

สิ่งเหล่านี้เสมือนชี้ทางให้มีความคิดเห็นว่า อะไรต่างๆที่เคยเป็นใจให้เลสเตอร์อาจไม่ดังเดิม

แต่กระนั้นในรูปภาพกว้าง รานิเอรี่ มีเรื่องมีราวให้กังวลใจน้อยกว่า เวนเกอร์

กองทัพสุนัขจิ้งจอกเสริมกองทัพเตรียมตัวจัดการฤดูอันท้าทายเจริญยอดเยี่ยม ปรับแก้ทุกจุดไล่ตั้งตั้งแต่ผู้เฝ้าประตูจนถึงกองหน้า ประเมินตัวเองอย่างรู้เรื่องแล้วก็ทราบภาวะ ไม่หวังสูงเพื่อสร้างความกดดันโดยใช่เหตุ

ที่สำคัญที่ปรึกษาอิตาลีได้รับแรงหนุนจากกองเชียร์เต็มที่ แม้กระทั่งฤดูนี้จบเพียงแค่กลางตารางก็คงจะไม่ได้ยินเสียงฟูมฟายจากอัฒจันทร์เท่าไรนัก ซึ่งประเด็นนี้ไม่เหมือนกับเวนเกอร์ลิบลับ

อีกไม่กี่อาทิตย์ด้านหน้า เวนเกอร์ จะคุมทีมอาร์เซน่อลครบ 20 ปี ขณะยาวนานขนาดนี้ควรจะได้รับการเชิดชูยกย่องอย่างที่สุด แม้กระนั้นกลายเป็นว่าเสียงก่นดุด่ามีมากยิ่งกว่า

ที่ปรึกษาชาวประเทศฝรั่งเศสอาจพูดว่าพอใจที่คลีนชีตกลับออกมาจากรังสุนัขจิ้งจอก ซึ่งก็จะต้องพอใจจริงๆแหละกับภาวะทีมที่ไม่สมบูรณ์ แล้วก็รอดตัวจากจุดโทษ

แม้กระนั้นถ้ามองว่าออกสตาร์ต 2 นัดหมายได้เพียงแค่คะแนนเดียว ในเวลาที่กระแสโจมตีเรื่องเสริมกองทัพผู้เล่นใหม่ก็ดังระงม เวนเกอร์ ก็ทำให้ตัวเองอยู่ในจุดที่ลำบาก แล้วก็กดดันเกินความจำเป็น

เขาทำให้ทีมขาดการเตรียมการที่ดี แล้วก็ ''ไม่พร้อม'' เมื่อฤดูเปิดตัว แล้วก็เมื่อมีโอกาสแก้ไขที่เกิดขึ้นก็โอ้เอ้อืดอาดยืดยาด อ้างแม้กระนั้นค่าตอบแทนไม่สมเหตุสมผลทำให้พลาดได้ผู้เล่นใหม่ที่ควรจะได้ตั้งนาน

ตั้งแต่แมื่อเข้ามาคุมทีมเมื่อปี 1996 เวนเกอร์ ดึงนักเตะใหม่ทันเล่นในครั้งแรกของฤดูเพียงแต่ 61 เปอร์เซ็นต์

จำนวนนี้บอกอะไรกับเรา

มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกกระจ่างว่า เวนเกอร์ ประเมินเหตุการณ์ไม่ถูกในหลายคราว ประเมินทีมตัวเองไว้สูงเกินจริง เสมือนคนโดนมีดฟันแผลลึกกว้างแม้กระนั้นเอาพลาสเตอร์มาแปะ พลางปลอบโยนตัวเองว่าพร้อมลุย

ในที่สุดก็อย่างที่มองเห็น โดนเปิดแผลให้สกปรกตั้งแต่หัววันก็เลยรีบแจ้นไปพบหมอ ได้รักษาดีแล้วไป แม้กระนั้นบางครั้งก็ได้เพียงแค่ยาถุงใหญ่มาบรรเทาความปวด

ขอยก 2 ตัวอย่างกระจ่าง

ต้นฤดู 2011/12 โดนแมนฯ ยูไนเต็ดขยี้ 8-2 จนจำต้องวิ่งตาเหลือกตาพองไปปัดกวาดเอาทั้ง แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, อันเดร ซานโตส, ไม่เคล อาร์เตต้า, พาร์ค ชู-ยอง แล้วก็ ยอสซี่ เบนายูน ในสองวันสุดท้ายก่อนตลาดปิด

เช่นเดียวกับฤดู 2013/14 ที่คอหักคาบ้านแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า 1-3 ก็เลยยอมตีคลังเก็บของทุ่มซื้อตัว เมซุต โอสิล มาร่วมทีม

ก่อนตลาดปิดในอีกไม่กี่ภายหน้า เวนเกอร์ ก็อาจได้ใครบางคนเข้ามาลดกระแสโจมตีจากแฟนบอล แม้กระนั้นจะกลายเป็นคนปัจจุบันของกลุ่มสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่มาข้างหลังฤดูเปิดตัว มาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แล้วก็มาเพราะเหตุว่าเหตุการณ์บีบคั้น

ทีมแชมป์เลสเตอร์ แล้วก็รองแชมป์อย่างอาร์เซน่อลเริ่มฤดูด้วยการพึ่งจะมีแต้มแรก

แม้กระนั้นเหตุการณ์ต่างกันเหลือเกิน